Google AdsGoogle AdsSmart Biddingอ่าน 12 นาที

Performance Max คืออะไร 5 ขั้นตอนตั้งแคมเปญ PMax ให้ได้ลูกค้าจริง

คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจและทีมการตลาด เข้าใจการทำงานของ PMax เตรียมชิ้นงานให้ครบ และควบคุมแคมเปญอัตโนมัติให้ได้ผลลัพธ์จริง

จิยะ ซามี Digital Marketing Specialist

โดย · Digital Marketing Specialist✓ Google Ads Search Certified
เผยแพร่ · อัปเดตล่าสุด

อินโฟกราฟิกสรุป Performance Max แคมเปญเดียว ครบทุกช่องทาง 5 ขั้นตอนตั้งค่าให้ได้ลูกค้าจริง แสดง Google AI เชื่อมกับ Search YouTube Maps Gmail Discover Display
เนื้อหาหลักในบทความ
5 หัวข้อ
เนื้อหาหลักในบทความ
คำถามที่พบบ่อย
8 คำถาม
คำถามที่พบบ่อย
อ้างอิงเอกสารทางการ
17 แหล่ง
อ้างอิงเอกสารทางการ
เวลาอ่านโดยประมาณ
12 นาที
เวลาอ่านโดยประมาณ
สารบัญ
  1. 1เข้าใจการทำงานของ Performance Max และเลือกเป้าหมายให้ถูก
  2. 2เตรียมชิ้นงาน (Assets) ให้ครบตามสเปกของ Google
  3. 3จัด Asset group และใส่สัญญาณ (Signals) ให้ AI
  4. 4ตั้งงบ การประมูล และการควบคุมคำค้นหา
  5. 5ให้เวลา AI เรียนรู้ อ่านรายงาน และปรับปรุงต่อเนื่อง
  6. 6คำถามที่พบบ่อย
  7. 7แหล่งอ้างอิง

Performance Max คืออะไร 5 ขั้นตอนตั้งแคมเปญ PMax ให้ได้ลูกค้าจริง — หลายธุรกิจเปิด Performance Max แล้วรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ เพราะไม่ต้องเลือกคีย์เวิร์ดหรือตำแหน่งโฆษณาเอง ความจริงคือ PMax ทำงานได้ดีเท่ากับข้อมูลที่เราป้อนให้ บทความนี้สรุปวิธีตั้งแคมเปญ PMax ทีละขั้นตอน ตั้งแต่เลือกเป้าหมาย เตรียมชิ้นงาน ใส่สัญญาณให้ AI ตั้งงบและการประมูล จนถึงการอ่านรายงาน โดยอ้างอิงจากเอกสารทางการของ Google Ads

คำตอบสั้น ๆ

Performance Max คือแคมเปญ Google Ads แบบอิงเป้าหมาย ที่ใช้ AI แสดงโฆษณาจากแคมเปญเดียวบน Search, YouTube, Maps, Gmail, Discover และ Display ตั้งค่าได้ใน 5 ขั้นตอน คือ ตั้ง conversion และเลือกเป้าหมาย, เตรียมข้อความ รูป โลโก้ และวิดีโอให้ครบตามสเปก, จัด asset group พร้อม audience signals และ search themes, เลือกกลยุทธ์ประมูลพร้อมคำปิดกั้นและ brand exclusions และให้เวลาเรียนรู้อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนปรับจากรายงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. 1ประเด็นที่ 1เข้าใจการทำงานและเลือกเป้าหมายPMax เรียนรู้จาก conversion ที่ตั้งเป็น Primary
  2. 2ประเด็นที่ 2เตรียมชิ้นงานให้ครบตามสเปกข้อความ รูป 3 สัดส่วน โลโก้ และวิดีโอ
  3. 3ประเด็นที่ 3จัด asset group และใส่สัญญาณAudience signals และ search themes สูงสุด 50 ข้อ
  4. 4ประเด็นที่ 4ตั้งงบ การประมูล และการควบคุมคำปิดกั้นสูงสุด 10,000 คำ และ brand exclusions
  5. 5ประเด็นที่ 5ให้เวลาเรียนรู้แล้วอ่านรายงานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ ดู Search terms และ Channel performance

1เข้าใจการทำงานของ Performance Max และเลือกเป้าหมายให้ถูก

Performance Max คือแคมเปญแบบอิงเป้าหมาย (goal-based) ที่เข้าถึงพื้นที่โฆษณาทั้งหมดของ Google Ads ได้จากแคมเปญเดียว เราเป็นคนกำหนดเป้าหมาย conversion ชิ้นงาน สัญญาณกลุ่มเป้าหมาย และงบประมาณ แล้ว Google AI จะเลือกว่าจะแสดงโฆษณาแบบไหน ให้ใคร และบนช่องทางใด เพื่อให้ได้ conversion มากที่สุด

ประเด็นสำคัญ

01แคมเปญเดียว ครบทุกช่องทาง

PMax แสดงโฆษณาได้ทั้ง Search, YouTube, Display, Discover, Gmail และ Maps โดยระบบผสมหัวข้อ คำอธิบาย รูป และวิดีโอให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งเอง

02เหมาะกับธุรกิจที่มีเป้าหมาย conversion ชัด

Google แนะนำ PMax เมื่อต้องการยอดขายออนไลน์หรือลีด ต้องการเข้าถึงทุกช่องทางในแคมเปญเดียว และต้องการผลลัพธ์เพิ่มจากแคมเปญ Search ที่ใช้คีย์เวิร์ด

03เลือกวัตถุประสงค์ได้ 4 แบบ

สร้าง PMax ได้เมื่อเลือกวัตถุประสงค์ Sales, Leads, Website traffic หรือ Local store visits and promotions หรือสร้างแคมเปญโดยไม่เลือกวัตถุประสงค์

04ธุรกิจหน้าร้านใช้ PMax for store goals

Local campaigns ถูกอัปเกรดเป็น Performance Max แล้ว แคมเปญที่ต้องการยอดขอเส้นทาง การโทร หรือการมาที่ร้าน ต้องเชื่อม Google Business Profile ผ่าน location assets และเลือก local actions เป็นเป้าหมาย

มุมมองเชิงกลยุทธ์

Strategic insight

PMax ฉลาดเท่าข้อมูล conversion ที่ได้รับ

Smart Bidding ของ PMax เรียนรู้จาก conversion แบบ Primary ถ้านับการเข้าชมหน้าเว็บเป็น conversion ระบบจะหาคนที่ชอบเข้าเว็บแทนคนที่พร้อมซื้อ จึงควรตั้ง conversion tracking ให้ถูกก่อนเปิดแคมเปญ

Strategic insight

ใช้คู่กับ Search ไม่ใช่แทนที่

เมื่อคำค้นหาตรงกับคีย์เวิร์ดแบบ exact match ในแคมเปญ Search แคมเปญ Search จะได้ลำดับก่อน PMax ส่วน search themes ของ PMax มีลำดับเท่ากับคีย์เวิร์ดแบบ phrase และ broad match การมีแคมเปญ Search สำหรับคำสำคัญจึงยังช่วยควบคุมข้อความโฆษณาได้

✓แผนลงมือทำจากหัวข้อนี้

  1. 1

    ตรวจ conversion ก่อนเปิดแคมเปญ

    ตั้ง conversion ที่ใกล้รายได้เป็น Primary เช่น ฟอร์ม โทร หรือยอดขาย

  2. 2

    เลือกวัตถุประสงค์ให้ตรงธุรกิจ

    Sales สำหรับขายออนไลน์ Leads สำหรับธุรกิจบริการ Local store visits สำหรับหน้าร้าน

  3. 3

    ธุรกิจหน้าร้านเชื่อม Google Business Profile

    เปิด location assets ให้ Google สร้าง conversion การขอเส้นทางและการคลิกโทรอัตโนมัติ

แผนภาพการทำงานของ Performance Max เราใส่ conversion goals ชิ้นงาน audience signals และงบประมาณ ให้ Google AI แสดงโฆษณาบน Search YouTube Maps Gmail Discover และ Display
เราป้อนเป้าหมาย ชิ้นงาน สัญญาณ และงบ ส่วน Google AI เลือกช่องทางให้ โดยคีย์เวิร์ด exact match ในแคมเปญ Search ได้ลำดับก่อน

2เตรียมชิ้นงาน (Assets) ให้ครบตามสเปกของ Google

ชิ้นงานคือวัตถุดิบที่ Google AI ใช้ประกอบเป็นโฆษณาในแต่ละช่องทาง ยิ่งชิ้นงานครบและหลากหลาย ระบบยิ่งมีตัวเลือกไปทดสอบ และระดับ Ad strength ยิ่งสูง สเปกด้านล่างอ้างอิงจากหน้า Performance Max specs ของ Google Ads Help

ประเด็นสำคัญ

01ข้อความ

หัวข้อ 3–15 ข้อ ยาวไม่เกิน 30 ตัวอักษร และควรมีอย่างน้อย 1 ข้อที่สั้นไม่เกิน 15 ตัวอักษร หัวข้อแบบยาว 1–5 ข้อ และคำอธิบาย 2–5 ข้อ ยาวไม่เกิน 90 ตัวอักษร ชื่อธุรกิจไม่เกิน 25 ตัวอักษร

02รูปภาพ

บังคับรูปแนวนอน 1.91:1 (แนะนำ 1200×628) และรูปสี่เหลี่ยม 1:1 (แนะนำ 1200×1200) แนะนำเพิ่มรูปแนวตั้ง 4:5 (960×1200) ใส่ได้สูงสุด 20 รูป ไฟล์ JPG หรือ PNG ไม่เกิน 5 MB และวางเนื้อหาสำคัญไว้ในพื้นที่กลาง 80% ของภาพ

03โลโก้

บังคับโลโก้สี่เหลี่ยม 1:1 (แนะนำ 1200×1200) และใส่โลโก้แนวนอน 4:1 (แนะนำ 1200×300) เพิ่มได้ สูงสุด 5 โลโก้ ปัจจุบันโลโก้และข้อมูลธุรกิจตั้งค่าที่ระดับแคมเปญ

04วิดีโอ

วิดีโอยาว 10 วินาทีขึ้นไป แนะนำให้มีทั้งแนวนอน 16:9 สี่เหลี่ยม 1:1 และแนวตั้ง 9:16 ใส่ได้สูงสุด 15 วิดีโอ ถ้าไม่ใส่ Google อาจสร้างวิดีโอให้อัตโนมัติจากชิ้นงานที่มี

มุมมองเชิงกลยุทธ์

Strategic insight

เป้าหมายคือ Ad strength ระดับ Good หรือ Excellent

Google แนะนำข้อความอย่างน้อย 20 ชิ้น (หัวข้อ 15 คำอธิบาย 5) รูปอย่างน้อย 7 รูป (แนวนอน 3 สี่เหลี่ยม 3 แนวตั้ง 1) และวิดีโออย่างน้อย 1 ชิ้น ถ้าต้องการ Excellent และไม่ให้ระบบสร้างวิดีโอเอง ต้องอัปโหลดวิดีโอครบทั้ง 3 แนว

Strategic insight

รูปไม่จำเป็นต้องมีข้อความทุกรูป

Google แนะนำให้มีรูปที่ไม่มีข้อความหรือกราฟิกทับอย่างน้อย 1 รูปในแต่ละสัดส่วน หลังอัปโหลดให้รอประมาณ 2–3 สัปดาห์ แล้วดู Ad strength และสถานะ asset group ก่อนเปลี่ยนชิ้นงานที่ผลต่ำ

✓แผนลงมือทำจากหัวข้อนี้

  1. 1

    เขียนข้อความให้ครบ 20 ชิ้น

    หัวข้อ 15 ข้อที่มีทั้งแบบสั้นและยาว และคำอธิบาย 5 ข้อที่บอกจุดเด่นต่างกัน

  2. 2

    เตรียมรูปครบ 3 สัดส่วน

    แนวนอน สี่เหลี่ยม และแนวตั้ง อย่างละหลายรูป ทั้งแบบมีและไม่มีข้อความ

  3. 3

    อัปโหลดวิดีโอของแบรนด์เอง

    อย่างน้อย 1 ชิ้น และครบ 3 แนวถ้าต้องการควบคุมวิดีโอที่แสดงบน YouTube

อินโฟกราฟิกสเปกชิ้นงาน Performance Max ข้อความ หัวข้อ 3-15 ข้อ รูปภาพ 1.91:1 1:1 4:5 สูงสุด 20 รูป โลโก้ 1:1 และ 4:1 สูงสุด 5 วิดีโอ 16:9 1:1 9:16 สูงสุด 15
สเปกชิ้นงาน Performance Max ตาม Google Ads Help ตั้งเป้า Ad strength ระดับ Good หรือ Excellent

3จัด Asset group และใส่สัญญาณ (Signals) ให้ AI

Asset group คือชุดชิ้นงานที่จัดตามธีมหรือกลุ่มเป้าหมาย การแยก asset group ให้ชัดช่วยให้ข้อความและรูปตรงกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ส่วนสัญญาณ (signals) คือข้อมูลที่ช่วยบอก AI ว่าลูกค้าที่ใช่หน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อให้ระบบเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

ประเด็นสำคัญ

01แยก asset group ตามธีม

จัดชุดชิ้นงานตามบริการ สินค้า หรือกลุ่มลูกค้า เช่น ห้องพักรายวันกับแพ็กเกจงานแต่งงาน แล้วตั้ง Final URL ให้ตรงหน้าที่ขายสิ่งนั้น

02Audience signals เป็นคำแนะนำ ไม่ใช่การจำกัด

ใส่ข้อมูลของคุณ เช่น รายชื่อลูกค้าและผู้เคยเข้าเว็บ custom segments จากคำค้นหา URL หรือแอป และกลุ่มความสนใจ ระบบอาจแสดงโฆษณานอกสัญญาณ ถ้าพบคนที่มีแนวโน้มทำ conversion สูง

03Search themes สูงสุด 50 ข้อ

ใส่คำหรือวลีที่ลูกค้าใช้ค้นหาได้สูงสุด 50 ข้อต่อ asset group เป็นข้อมูลเสริมจากที่ระบบคาดการณ์เอง คำปิดกั้นยังมีผล และไม่ควรใส่คำที่ความหมายซ้ำกัน

04Final URL expansion

ถ้าเปิด Google อาจเปลี่ยนหน้าปลายทางเป็นหน้าอื่นในเว็บที่ตรงกับคำค้นหามากกว่า และสร้างหัวข้อกับคำอธิบายให้ตรงหน้านั้น เจ้าของบัญชียังต้องรับผิดชอบความถูกต้องของเนื้อหาที่สร้างขึ้น

มุมมองเชิงกลยุทธ์

Strategic insight

ใช้คำค้นที่เคยขายได้เป็นสัญญาณ

Google แนะนำให้ใช้ custom segments ที่สร้างจากคำค้นหา ถ้าแคมเปญ Search เคยได้ conversion จากคำไหน ให้นำคำเหล่านั้นมาเป็น search themes และ custom segments เพื่อพา PMax ไปหาคนที่มีความตั้งใจแบบเดียวกัน

Strategic insight

อยากจำกัดจริงต้องใช้การปิดกั้น

เพราะ audience signals ไม่ได้จำกัดกลุ่มเป้าหมาย ถ้าไม่ต้องการแสดงกับคำค้นหาหรือแบรนด์บางอย่าง ต้องใช้คำปิดกั้น brand exclusions หรือ URL exclusions แทน

✓แผนลงมือทำจากหัวข้อนี้

  1. 1

    แบ่ง asset group ตามบริการหลัก

    1 กลุ่มต่อ 1 ธีม พร้อม Final URL ที่ตรงกับธีมนั้น

  2. 2

    ใส่ audience signals ที่มีคุณภาพ

    รายชื่อลูกค้า ผู้เคยเข้าเว็บ และ custom segments จากคำค้นที่ขายได้

  3. 3

    ใส่ search themes ที่ไม่ซ้ำกัน

    เลือกจากคำที่ลูกค้าใช้จริง ไม่เกิน 50 ข้อต่อกลุ่ม

4ตั้งงบ การประมูล และการควบคุมคำค้นหา

PMax ใช้ Smart Bidding เสมอ สิ่งที่เราเลือกคือกลยุทธ์การประมูล เป้าหมายต้นทุน และขอบเขตที่ไม่ต้องการให้โฆษณาแสดง การตั้งค่าส่วนนี้ให้เหมาะกับธุรกิจ ช่วยกันงบรั่วไปกับคำค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้อง

ประเด็นสำคัญ

01เลือกกลยุทธ์ตามเป้าหมาย

ต้องการจำนวนลีดหรือยอดขายให้มากที่สุดใช้ Maximize conversions (ใส่ target CPA เพิ่มได้) ถ้าใส่มูลค่าให้ conversion ใช้ Maximize conversion value (ใส่ target ROAS เพิ่มได้)

02ตั้ง target CPA ให้สมจริง

Google แนะนำให้ตั้ง target CPA ใกล้ต้นทุนต่อลีดสูงสุดที่ยอมรับได้ เพราะเป้าที่ต่ำเกินไปจะจำกัดผลลัพธ์ ถ้าข้อมูล conversion ยังน้อย ให้เริ่มจาก Maximize conversions แล้วค่อยใส่เป้าภายหลัง

03คำปิดกั้นระดับแคมเปญสูงสุด 10,000 คำ

PMax รองรับคำปิดกั้นระดับแคมเปญได้สูงสุด 10,000 คำ และใช้รายการคำปิดกั้นร่วมกันหลายแคมเปญได้ โดยมีผลกับพื้นที่ Search และ Shopping

04Brand exclusions

ใช้ปิดกั้นการแสดงโฆษณากับคำค้นหาชื่อแบรนด์ รวมถึงคำสะกดผิดและแบรนด์ในเครือ เหมาะเมื่อมีแคมเปญ Search ดูแลคำค้นหาแบรนด์แยกอยู่แล้ว

มุมมองเชิงกลยุทธ์

Strategic insight

เลือก conversion ขั้นเดียวในการประมูล

Google แนะนำให้เลือก conversion ที่ใกล้ยอดขายที่สุดและมีอย่างน้อย 15 conversion ใน 30 วัน และไม่ประมูลหลายขั้นของ funnel พร้อมกัน เช่น การเข้าเว็บกับลีด เพราะจะทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร

Strategic insight

หาลูกค้าใหม่ด้วย customer acquisition goal

ตั้งให้ประมูลสูงขึ้นสำหรับลูกค้าใหม่ หรือประมูลเฉพาะลูกค้าใหม่ได้ ซึ่งแบบเฉพาะลูกค้าใหม่ Google แนะนำสำหรับธุรกิจที่มีงบหาลูกค้าใหม่แยก หรือแคมเปญลีด และควรมีแคมเปญอื่นดูแลลูกค้าเดิม

✓แผนลงมือทำจากหัวข้อนี้

  1. 1

    เลือกกลยุทธ์ประมูล

    Maximize conversions สำหรับลีด Maximize conversion value สำหรับยอดขายที่มีมูลค่าต่างกัน

  2. 2

    ตั้งงบตามคำแนะนำ

    ดูระดับงบ Low / Medium / High ในหน้าตั้งค่า และไม่ควรเริ่มต่ำกว่าระดับขั้นต่ำที่แนะนำ

  3. 3

    ใส่คำปิดกั้นและ brand exclusions

    ปิดกั้นคำที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วติดตามว่าการปิดกั้นไม่ได้ลด conversion ที่มีคุณภาพ

5ให้เวลา AI เรียนรู้ อ่านรายงาน และปรับปรุงต่อเนื่อง

แคมเปญอัตโนมัติต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลก่อนจะทำงานได้เต็มที่ การปรับบ่อยเกินไปทำให้ระบบเริ่มเรียนรู้ใหม่ ส่วนรายงานของ PMax ในปัจจุบันละเอียดขึ้นมาก ทั้งคำค้นหา ช่องทาง และชิ้นงาน ทำให้ปรับปรุงได้ตรงจุด

ประเด็นสำคัญ

01รันอย่างน้อย 6 สัปดาห์

Google แนะนำให้รันแคมเปญใหม่อย่างน้อย 6 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนงบ กลยุทธ์ประมูล หรือสถานะแคมเปญบ่อย ๆ ถ้าเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ให้เวลาอีก 1–2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 1 รอบการตัดสินใจของลูกค้า

02รายงานคำค้นหาของ PMax

ดูได้ที่ Search terms report โดยเลือก "Search terms and landing pages for Performance Max" เห็นคำค้นหา รูปแบบโฆษณา และหน้าปลายทาง มีข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่มีนาคม 2566

03รายงาน Channel performance

ดูผลแยกตามช่องทางได้ที่ Insights and reports > Channel performance เห็นว่าแต่ละช่องทางสร้าง conversion เท่าไร พร้อมข้อแนะนำเมื่อช่องทางใดมีปัญหา

04รายงานชิ้นงาน

รายงานระดับชิ้นงานแสดงการแสดงผล คลิก ค่าใช้จ่าย และ conversion ของแต่ละหัวข้อ รูป และวิดีโอ ใช้ตัดสินใจว่าควรเพิ่มชิ้นงานแบบไหนหรือเปลี่ยนชิ้นไหน

มุมมองเชิงกลยุทธ์

Strategic insight

ประเมินจาก conversion ไม่ใช่ CTR

PMax แสดงบน YouTube และ Display ด้วย ค่า CTR หรือ CPC จึงอาจดูต่างจากแคมเปญ Search Google แนะนำให้ประเมินจาก conversion ในช่วงอย่างน้อย 2 รอบการตัดสินใจของลูกค้า หรือราว 1 เดือน หรือ 50 conversion และเผื่อเวลาที่ conversion มาช้า

Strategic insight

นำคำค้นหาไปต่อยอด

คำค้นหาที่ได้ผลดีใช้เขียนหัวข้อใหม่หรือเพิ่มเป็น search themes ส่วนคำที่ไม่เกี่ยวข้องใส่เป็นคำปิดกั้น ทีมของเราดึงคำค้นหาของ PMax มาแสดงในแดชบอร์ดให้ลูกค้าเห็นทุกวัน

✓แผนลงมือทำจากหัวข้อนี้

  1. 1

    วางแผนช่วงเรียนรู้ 6 สัปดาห์

    แจ้งทีมและผู้บริหารล่วงหน้าว่าช่วงแรกตัวเลขอาจแกว่ง และไม่ควรปรับบ่อย

  2. 2

    ตรวจคำค้นหาทุกสัปดาห์

    ใส่คำปิดกั้นให้คำที่ไม่เกี่ยวข้อง และเก็บคำที่ได้ผลไว้ต่อยอด

  3. 3

    เปลี่ยนชิ้นงานที่ผลต่ำ

    หลัง 2–3 สัปดาห์ ดูรายงานชิ้นงาน แล้วแทนชิ้นที่ผลต่ำด้วยชิ้นงานใหม่

อินโฟกราฟิกให้เวลา AI เรียนรู้ ช่วงเรียนรู้อย่างน้อย 6 สัปดาห์ ตรวจชิ้นงานช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 และรายงาน Search terms Channel performance Asset report
Google แนะนำให้รันแคมเปญใหม่อย่างน้อย 6 สัปดาห์ แล้วใช้รายงานคำค้นหา ช่องทาง และชิ้นงานในการปรับปรุง

คำถามที่พบบ่อย

Performance Max คืออะไร

+

คือแคมเปญ Google Ads แบบอิงเป้าหมาย ที่ใช้ AI แสดงโฆษณาจากแคมเปญเดียวบน Search, YouTube, Display, Discover, Gmail และ Maps โดยเราใส่เป้าหมาย conversion ชิ้นงาน สัญญาณกลุ่มเป้าหมาย และงบประมาณ แล้วระบบจะเลือกช่องทางและรูปแบบโฆษณาให้

Performance Max ใช้คีย์เวิร์ดไหม

+

ไม่ต้องใส่คีย์เวิร์ดแบบแคมเปญ Search แต่ใส่ search themes ได้สูงสุด 50 ข้อต่อ asset group ใส่คำปิดกั้นระดับแคมเปญได้สูงสุด 10,000 คำ และดูคำค้นหาจริงได้ในรายงาน Search terms

PMax กับแคมเปญ Search ต่างกันอย่างไร ใช้ร่วมกันได้ไหม

+

Search แสดงเฉพาะหน้าค้นหาตามคีย์เวิร์ดที่เลือก ส่วน PMax ใช้ AI แสดงทุกช่องทาง ใช้ร่วมกันได้ และเมื่อคำค้นหาตรงกับคีย์เวิร์ด exact match ในแคมเปญ Search แคมเปญ Search จะได้ลำดับก่อน ดูการเลือกช่องทางเพิ่มเติมได้ในGoogle Ads กับ Facebook Ads ต่างกันอย่างไร

PMax เหมาะกับธุรกิจเล็กไหม

+

เหมาะถ้ามีการวัด conversion ที่ชัดเจน เช่น ยอดโทร การขอเส้นทาง หรือการกรอกฟอร์ม มีชิ้นงานพร้อม และมีงบไม่ต่ำกว่าระดับขั้นต่ำที่ Google แนะนำในหน้าตั้งค่าแคมเปญ เพื่อให้ระบบมีข้อมูลเรียนรู้เพียงพอ

ทำไม Ad strength ของ PMax ต่ำ

+

ส่วนใหญ่เกิดจากชิ้นงานไม่ครบหรือไม่หลากหลาย เช่น หัวข้อน้อย รูปไม่ครบ 3 สัดส่วน หรือไม่มีวิดีโอ Google แนะนำข้อความอย่างน้อย 20 ชิ้น รูปอย่างน้อย 7 รูป และวิดีโออย่างน้อย 1 ชิ้น

ไม่มีวิดีโอ ใช้ Performance Max ได้ไหม

+

ได้ ถ้าไม่ใส่วิดีโอ Google อาจสร้างวิดีโอให้อัตโนมัติจากชิ้นงานใน asset group แต่ถ้าต้องการควบคุมภาพลักษณ์แบรนด์บน YouTube และได้ Ad strength ระดับ Excellent ควรอัปโหลดวิดีโอเองให้ครบแนวนอน สี่เหลี่ยม และแนวตั้ง

เปิด PMax แล้วควรรอนานแค่ไหนก่อนสรุปผล

+

Google แนะนำให้รันแคมเปญใหม่อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนปรับครั้งใหญ่ และประเมินผลในช่วงอย่างน้อย 2 รอบการตัดสินใจของลูกค้า หรือราว 1 เดือน หรือ 50 conversion โดยไม่นับวันล่าสุดที่ conversion ยังรายงานไม่ครบ

เลือกปิดบางช่องทางใน PMax ได้ไหม

+

PMax ออกแบบให้ AI กระจายงบข้ามช่องทาง ช่องทางของ Google ได้แก่ Search, YouTube, Maps, Gmail และ Discover ถูกรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วน Search partners และ Display Network ตั้งลำดับความสำคัญและงบรายวันแยกได้ และดูผลแต่ละช่องทางได้ในรายงาน Channel performance

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความตรวจสอบจากเอกสารทางการ ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2569

  1. 1.About Performance Max campaigns — Google Ads Help
  2. 2.Performance Max campaigns specs and format requirements — Google Ads Help
  3. 3.About image assets for Performance Max campaigns — Google Ads Help
  4. 4.Optimization tips for Performance Max campaign for all business types — Google Ads Help
  5. 5.About audience signals for Performance Max campaigns — Google Ads Help
  6. 6.Use search themes with your Performance Max campaign — Google Ads Help
  7. 7.About ad group and asset group prioritization within a Google Ads account — Google Ads Help
  8. 8.About brand exclusions — Google Ads Help
  9. 9.About your Google Ads account limits — Google Ads Help
  10. 10.Performance Max best practices for lead generation — Google Ads Help
  11. 11.About customer lifecycle goals — Google Ads Help
  12. 12.About the search terms report in Performance Max — Google Ads Help
  13. 13.About the channel performance report for Performance Max — Google Ads Help
  14. 14.Upgrade your Local campaigns to Performance Max — Google Ads Help
  15. 15.About local actions conversions — Google Ads Help
  16. 16.Tips on measuring Smart Bidding performance — Google Ads Help
  17. 17.Channel performance and more reporting coming to Performance Max — Google Blog

เกี่ยวกับผู้เขียน

จิยะ ซามี Digital Marketing Specialist

(Jiya Samee)

Digital Marketing Specialist · 99 Ads Marketing

ดูแลการวางแผน ตั้งค่า และติดตามผลแคมเปญ Google Ads และ Meta Ads ให้ลูกค้าของ 99 Ads Marketing ได้รับการรับรองด้านการค้นหาของ Google Ads (Google Ads Search Certification) จาก Google

✓ Google Ads Search Certificationออกโดย Google · หมดอายุ

ใบรับรอง Google Ads Search Certification ของ Jiya Samee ออกโดย Google วันที่ 19 ตุลาคม 2026ตรวจสอบใบรับรองกับ Google Skillshop →
โทร LINEปรึกษาฟรี